เรื่องน่ารู้คนใช้ไฟฉาย

LED มีจุดเด่นกว่าแหล่งกำเนิดแสงอย่างอื่นมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราแลกพลังงาน (ความสว่างแสงที่เปล่งออกมาต่อพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไป) และหลอด LED นั้นก็ทนมากๆ โดยเค้าเคลมกันว่าอายุการใช้งานนานกว่า 50,000 ชั่วโมง  (Light Emitting Diode) เป็นระบบ diode ซึ่งเป็นอิเลคโทรนิค เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่ใช้พลังงานต่ำแต่ให้แสงมาก เสถียร และราคาไม่แพงมาก อายุของหลอด LED ที่ผู้ผลิตไฟฉายเอามาระบุนั้น จริงๆมันมีหมายเหตุว่าหลอด LED นั้นจะต้องใช้งานที่อุณหภูมิที่ตัวหลอดต้องสูงไม่เกินกี่องศา อุณหภูมิที่ตัวหลอด LED มีผลต่ออายุของหลอดมาก ตัวอย่างถ้าอุณหภูมิที่หลอดอยู่ที่ 55 องศา อายุของ LED จะยืดยาวไปมากกว่า 60,000 ชั่วโมง แต่ถ้าอุณหภูมิหลอดอยู่ที่ 105 องศาแล้ว อายุหลอดจะสั้นน้อยกว่า 14,000 ชั่วโมง ความสว่างของไฟฉาย ( Lumen )  ความสว่างของไฟฉายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนเลือกซื้อ ยิ่งค่าความสว่างสูงยิ่งเกิดความพึงพอใจ แต่ในทางกลับกันอยากให้คำนึงถึงความสว่างที่มากก็จะใช้พลังแบตเตอรี่เร็วขึ้น แบตเตอรี่ก็อาจหมดเร็วได้ วัตถุประสงค์การใช้งานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการเลือกซื้อ เช่น ไฟฉายเชิงยุทธวิธี ต้องการความสว่างสูงเนื่องจากต้องเปิดไฟแรงสูงเมื่อจำเป็นในภารกิจสำคัญ  แตกต่างจากไฟฉายในการเดินป่าซึ่งต้องการระยะเวลาการใช้งานที่นานมากกว่า ( Runtime ) และประหยัดไฟได้มากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันไฟฉายก็ถูกออกแบบให้สามารถปรับระดับให้ใช้ได้ใช้งานได้หลายรูปแบบทั้งความสว่างสูง และความสว่างต่ำในกระบอกเดียวกัน หลอด LED เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสง 80% และความร้อน 20%. การเลือกแบรนด์สินค้า การเลือกแบรนด์สินค้าเป็นตัวเลือกแรกที่เราจะมีความมั่นใจในคุณภาพของไฟฉาย สินค้าจากอเมริกา จีน ไต้หวัน และอื่นๆ คุณภาพสินค้าและประสิทธิภาพการใช้งานมีความแตกต่างกัน ควรเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีการรับประกันและบริการหลังการขาย - เครื่องมือราคาถูกแต่ใช้งานไม่ได้ โดยเฉพาะยามที่คุณต้องการมากที่สุด มันเรียกว่า “ขยะ” - ยอมลงทุนซื้อไฟฉายดีๆ ...
อ่านเพิ่มเติม

อย่ารอให้ “รู้งี้…”Hazardous Area การจำแนกพื้นที่อันตรายที่ควรรู้!!

#การจำเเนกพื้นที่อันตรายที่ควรรู้ HAZARDOUS AREA อย่ารอให้ "รู้งี้..." เรามาศึกษาข้อมูลไว้เพื่อประโยชน์ในการทำงานกันนะคะ พื้นที่อันตราย (Hazardous Area) หมายถึง  บริเวณที่มีโอกาสจะเกิดอุบัติเหตุของการระเบิดหรือไฟไหม้ขึ้นได้ง่าย   โดยสภาวะที่จะเกิดเหตุดังกล่าวจะต้องครบองค์ประกอบร่วม 3 อย่างในระดับที่เหมาะสมได้แก่ 1.   มีสารไวไฟในปริมาณมากพอที่จะจุดติดไฟได้ (Flammable Material in Ignitable Quantities) ซึ่งอาจเป็นของเหลวหรือละอองฝุ่นขนาด 0.1 -0.001 มิลลิเมตร 2.   มีออกซิเจนในปริมาณที่เพียงพอให้เกิดการเผาไหม้ (ในอากาศปกติ จะมีออกซิเจนประมาณ 21%) 3.   มีแหล่งจุดติดไฟ (Ignition Source)  ทำให้เกิดพลังงานความร้อนที่มากพอกับส่วนผสมของเชื้อเพลิงและอากาศซึ่งการจุดติดไฟนี้ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เปลวไฟ, การสปาร์กของอุปกรณ์ไฟฟ้า, มีความร้อนสูงสะสม และ การถ่ายเทประจุจากไฟฟ้าสถิต  เป็นต้น การจำแนกพื้นที่อันตราย มีวิธีการจำแนก  2 วิธีที่แตกต่างกัน คือ -    การจำแนกเป็นประเภท (Class) และแบบ (Division) เป็นไปตามมาตรฐานของ NEC -    การจำแนกเป็นโซน (Zone)  เป็นไปตามมาตรฐานของ IEC (IEC 60079) การจำแนกเป็นประเภท (Class) และแบบ (Division);  ตามมาตรฐาน NEC มาตรฐานของ The National Electrical Code Committee ...
อ่านเพิ่มเติม

ใช้ถ่านผิดชีวิตเปลี่ยน

นำถ่านออกจากอุปกรณ์ทุกครั้งหลังการใช้งาน  ปฏิกิริยาเคมีของถ่านไฟฉายจะเกิดต่อเนื่องไปจนกระทั่งสารแมงกานีสไดออกไซด์ทำปฏิกิริยาจนหมด หมายความว่าถ่านไฟฉายหมดไฟแล้ว ซึ่งผู้ใช้ควรทำการถอดถ่านออกจากตัวอุปกรณ์ไฟฟ้า เพราะสารละลายอิเล็กโทรไลต์ที่ยังอยู่ในก้อนถ่านไฟฉายมีฤทธิ์เป็นกรด ดังนั้นสารจะเกิดปฏิกิริยาเคมีกับกระป๋องสังกะสีต่อได้ ทำให้สารเคมีภายในรั่วออกมาสร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ควรเปลี่ยนถ่านใหม่ทุกก้อน ไม่ผสมระหว่างถ่านเก่า - ใหม่ จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ่านใหม่จะหมดเร็วกกว่าปกติ ส่งผลอาจก่อให้เกิดความร้อน และความเสียหายกับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ ควรเลือกใช้ถ่านไฟฉายยี่ห้อเดียวกัน ทั้งหมดทั้งเซต  ไม่ควรใช้ร่วมกันกับถ่านแบบธรรมดาหรือแบบรีชาร์จ เพราะจะทำให้การจ่ายพลังงานของถ่านเกิดความไม่เสถียร และอาจเกิดความเสียหายขึ้นกับอุปกรณ์และตัวถ่านได้ ห้ามเปลี่ยนถ่านอัลคาไลน์ในสถานที่อันตราย ก๊าซไฮโดรเจนส่วนเกินจะถูกปล่อยออกจากถ่านถ้าใช้ไม่ถูกวิธี เช่น หากใช้ถ่านที่มียี่ห้อและประเภทต่างกัน ใช้ถ่านทีชำรุด  ใช้ถ่านเก่าผสมกับถ่านใหม่ หรือใส่ถ่านผิดทำให้ขั้วกลับด้านก๊าซไฮโดรเจนส่วนเกินอาจเกิดจาก ถ่านชาร์จในขณะที่กำลังชาร์จ  หากก๊าซไฮโดรเจนสะสมภายในถ่านหรือช่องภายในถ่านไม่สามารถระบายก๊าซได้อย่าง เพียงพอแรงดันที่สะสมภายในสามารถทำให้ถ่านระเบิดได้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานไฟฉาย ควรเลือกใช้ถ่านตามยี่ห้อที่ระบุในคู่มือการใช้งาน ...
อ่านเพิ่มเติม

วิธีตัดโฟมกระเป๋ากันกระแทก

กระเป๋ากันกระแทก Pelican Hard Case เพื่อให้กระเป๋าสามารถกันกระแทกได้อย่างสมบูรณ์ โฟมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดูดซับแรงกระแทก และคอยยึดอุปกรณ์ของเราไว้ให้อยู่กับที่ ไม่กลิ้งไปมาในกระเป๋าให้เกิดความเสียหาย  กระเป๋า Pelican บางรุ่นจะมีโฟมพิเศษ PicknPuck ที่โฟมจะเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าและสามารถปรับรูปทรงเองได้ง่ายๆ แต่ถ้ารุ่นไหนไม่มีก็ต้องมาตัดโฟมกันเอง สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งซื้อกระเป๋ากันกระแทก Pelican Hard Case หรือมือเก๋าที่มีอยู่แล้วแต่ไม่เคยตัดโฟมเอง หายห่วงได้เลย ในบทความนี้เราจะอธิบายวิธีตัดโฟมทีละขั้นตอน สำหรับกระเป๋าปืนยาว ให้คุณสามารถทำตามเองได้ง่ายๆ 2 สิ่งที่ต้องคิดก่อนตัดโฟม 1 จำนวนของที่จะใส่ในกระเป๋า 2 พื้นที่ในกระเป๋า คุณจะเอาอะไรใส่กระเป๋า Pelican Hard Case ใบนี้บ้าง อะไรที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อะไรที่ไม่จำเป็น อะไรที่คุณไม่สามารถหิ้วขึ้นเครื่องได้ คิดให้ดีๆเพราะคุณจะต้องกำหนดตำแหน่งให้พวกมัน และที่สำคัญคุณสามารถตัดโฟมได้แค่ครั้งเดียว  ถ้าคิดเสร็จแล้วก็มาเริ่มกันเลย เราได้ใช้คลิปจาก Optics Planet Inc. มาอธิบาย กระเป๋าที่คุณลุงใช้เป็น Pelican Storm Cases Hard Gun Case iM3300 อย่างแกร่ง แต่ว่าไม่ว่ากระเป๋ารุ่นไหนก็มีวิธีตัดโฟมไม่แตกต่างกันมาก 1  เริ่มจากไอเดีย “ของหนักๆให้อยู่ด้านที่เป็นล้อลาก ของเบาๆให้อยู่ด้านมือจับ” เพราะว่าคุณคงไม่อยากถือของหนักๆทั้งๆที่มันมีล้อลากหรอกนะ จากไอเดียนี้เราจึงจัดท่าให้ ท้ายปืนอยู่ด้านซ้าย 2.  เพื่อความสวยงามของกระเป๋าปืนยาว หรือ กระเป๋ากีตาร์ เราคงไม่อยากเห็นร่องรอยปากกาที่เราวาดโชว์ชาวบ้านเวลาเปิดกระเป๋าใช่หรือไม่ ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มวาดกรอบเราจึงต้องกระทำการสลับด้าน โดยจัดท่าให้ ท้ายปืนอยู่ด้านขวา เมื่อเสร็จงานเราจะกลับด้านให้รอยปากกาอยู่ด้านล่าง  จากนั้นก็เรียงอุปกรณ์ที่ต้องการใส่ในกระเป๋า ให้มีระยะห่างกันประมาณ 2 cm. และมีระยะห่างจากขอบโฟมไม่ต่ำกว่า 1 นิ้ว หรือตามต้องการ 3. จับโฟมไว้ให้มั่นแล้วลงมือวาดกรอบตามรูปอุปกรณ์ได้เลย  ไม่ต้องไปวาดให้มันเป๊ะหรือชิดมาก จับปากกาให้ตั้งฉากกับกระเป๋าแล้ววาดเลย ถ้าวาดผิดก็วาดใหม่(แต่จำด้วยนะว่าเส้นไหนผิด) ไม่ต้องกลัวเละ เพราะว่าด้านนี้จะอยู่ด้านหลังไม่มีใครเห็นอยู่แล้วนอกจากเรา 4.  วาดได้สวยพอใจแล้วขั้นตอนต่อไปคือการตัดโฟม เนื่องจากน้อยคนนักที่จะมีมีดไฟฟ้าแบบลุง ...
อ่านเพิ่มเติม

ทำไมต้องใช้ไฟฉายกันระเบิดในงานอุตสาหกรรม

ทำไมต้องใช้ไฟฉายกันระเบิดในงานอุตสาหกรรม ถ้าเราเห็นในงานอุตสหกรรมที่เราพบกันบ่อยมักจะเน้นในเรื่องของความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง แม้แต่ในเรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะสถานที่อันตราย หรือใกล้กับแหล่งเชื้อเพลิง จะต้องใช้อุปกรณ์ที่มีความพิเศษ หรือมีมาตรฐานในการป้องกันการเกิดระเบิด ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าป้องกันอันตรายจากการระเบิด แต่มันคืออุปกรณ์นั้นไม่มีชนวนที่ก่อให้เกิดการจุดระเบิด เพราะไฟฉายทั่วๆไปอาจจะมีวงจรไฟฟ้าหรือส่วนประกอบที่อาจจะก่อให้เกิดประกายไฟ อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานตาม Class จะสามารถใช้งานได้ตามกฏหมายหรือสถาบัน ซึ่งในแต่ละทวีปจะมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน – ประเทศอเมริกาต้องได้รับการรับรองจาก OSHA มาตรฐาน OSHA ในประเทศอเมริกา แบ่งเป็น Class, Division และ Group -ประเทศโซนยุโรปต้องได้รับการรับรองจาก The European Committee for Electrotechnical Standardization (CEN) มาตรฐาน CEN ในโซนยุโรป จะแบ่งเป็น Zone และ Group โดย Zone 0 มีความปริมาตรสารไวไฟอยู่ในปริมาณมากตลอดเวลา ส่วน Zone 2 คือสถานที่ที่ไม่ค่อยมีสารไวไฟ หรือมีในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่น เกิดอุบัติเหตุ บริเวณที่เป็นพื้นที่อันตรายเปรียบเทียบระหว่าง 2 มาตรฐาน ในส่วน ไฟฉาย Pelican ได้ผ่านการทดสอบและมีมาตรฐานการรับรองสากล ได้แก่ Class I , Class II , Class III, IECEx ia , IECEx ib และ IECEx ic ซึ่งไฟฉายแต่ละรุ่นจะมีการรับรองที่แตกต่างกัน กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ...
อ่านเพิ่มเติม